วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ปหาสนรก

สมัยหนึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ วิหารเวฬุวันในเมืองราชคฤห์ มีหัวหน้าช่างฟ้อนชื่อ ตาลบุตรมาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าแล้วถามปัญหาว่า " ครูอาจารย์ของนักฟ้อนสอนเอาไว้ว่านักฟ้อนคนใดสร้างความรื่นรมย์ให้กับชนทั้งหลายด้วยเรื่องจริงบ้างไม่จริงบ้าง(การแสดงละคร) เมื่อตายไปแล้วจะได้ไปเกิดเป็นสหายกับเทพเจ้าผู้รื่นเริงบนสวรรค์ เรื่องนี้เป็นจริงหรือไม่ " พระพุทธเจ้าตรัสเตือนว่าอย่าถามเรื่องนี้กับพระองค์เลย แต่นายตาลบุตรก็ไม่ยอมหยุดได้ถามปัญหานี้ถึงสามครั้ง เมื่อพระพุทธองค์เห็นว่าห้ามแล้วยังไม่หยุดจึงทรงตอบว่า " ธรรมดาสัตว์ทั้งหลายเป็นผู้มีราคะ ถูกล่ามด้วยโซ่แห่งราคะ เป็นผู้มีโทสะ ถูกล่ามด้วยโซ่แห่งโทสะ เป็นผู้มีโมหะ ถูกล่ามด้วยโมหะ อยู่ก่อนแล้ว นักฟ้อนยังพยายามเอาสิ่งที่เป็นที่ตั้งแห่ง ราคะ โทสะ โมหะ เข้าไปยั่วยวนในท่ามกลางเวทีละครอีก ทำให้คนทั้งหลายยิ่งมัวเมาในราคะ โทสะ โมหะเพิ่มยิ่งขึ้นไปอีก ครั้นเมื่อตายไปแล้วก็จักไปเกิดใน ปหาสนรก ด้วยเพราะเขามีมิจฉาทิฏฐิหลงผิดดังที่ท่านกล่าวถามมานี้แล" 

เมื่อนายตาลบุตรทราบว่าจะต้องตกนรกก็ร้องไห้รำพันว่าถูกครูอาจารย์นักฟ้อนหลอกลวงจึงกลับใจ ขอถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์เป็นสรณะแล้วขอออกบวชหลังจากนั้นไม่นานก็ได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ ( สํ. สฬา. ๑๘/๓๗๗ ข้อ ๔๘๙ ) 

คำว่า " ปหาสนรก " นี้แปลว่า " นรกรื่นเริง " ตามคัมภีร์อรรถกถา สารัตถปกาสินี พระพุทธโฆษาจารย์ผู้แต่งคัมภีร์นี้อธิบายว่า " ปหาสนรก เป็นส่วนหนึ่งที่มีอยู่ในอเวจีนรก เขาเหล่านี้จะแต่งตัวเหมือนกับนักฟ้อนนักแสดง และการตกนรกของเขาก็เป็นการแสดงการฟ้อน การขับร้องอยู่ในส่วนหนึ่งของอเวจีนรกนั่นเอง " 

ดังพระบาลีแสดงเอาไว้ว่า " ปหาโส นาม นิรโยติ วิสุง ปหานามโก นิรโย นาม นตฺถิ อวิจีสฺเสว ปน เอกสมิง โกฏฐาเเส นจฺจนฺตา วิย คายนฺตา วิย จ นฏเวสํ คเหตฺวาว ปจฺจนฺติ ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ " ( สา. ปกา. ๓/๑๖๕ ข้อ ๓๕๔ (มหาจุฬาฯ)






ขอบคุณ http://thaimisc.pukpik.com/freewebboard/php/vreply.php?user=buddha_story&topic=374

1 ความคิดเห็น:

ผู้ติดตาม